วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ช่างน่าเศร้า

เมื่อครั้งมีอำนาจ ใช้วิธีกำปั้นเหล็กสลายประชาชน 

กรณีตากใบ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 85คน

ประชาชนท้องถิ่นหลายร้อนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายวัยรุ่น ได้ถูกจับกุม กลุ่มคนเหล่านี้ถูกถอดเสื้อ ผูกมือไพล่ติดกับหลัง และถูกจัดท่าให้นอนราบลงกับพื้น

คลิปวิดีโอได้แสดงภาพทหารเตะและทุบตีประชาชนที่ถูกจับมัดไว้เรียบร้อยแล้วและนอนอยู่บนพื้นโดยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้ที่ถูกจับกุมถูกทหารโยนเข้าไปในรถบรรทุกซึ่งจะนำไปส่งยังค่ายทหารในจังหวัดปัตตานี ผู้ที่ถูกจับกุมนอนทับกันถึงห้าหรือหกชั้นในรถบรรทุก

และเมื่อรถบรรทุกดังกล่าวมาถึงค่ายทหารในอีกสามชั่วโมงถัดมา หลายคนก็เสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากขาดอากาศหายใจ รายงานอ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คนจากบาดแผลกระสุนปืน

ส่วนที่เหลือเชื่อกันว่าเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจหรือถูกทุบตี

Screen shot 2554-06-30 at 17.12.32 copyScreen shot 2554-06-30 at 17.13.38 copy

 

Screen shot 2554-06-30 at 17.15.40 copyScreen shot 2554-06-30 at 17.23.47 copy

เมื่อครั้งไม่มีอำนาจ

เป็นผู้นำสร้างกลุ่มเสื้อแดงชุมนุมประท้วง

สร้างผู้นำหลายสิบคนชักจูงประชาชนเดินตามไปในแนวทางที่ผิด

นำให้คนเกลียดกัน นำให้คนเห็นแก่เงิน นำให้คนติดอาวุธ นำให้คนทำให้บ้านเกิดเมืองนอนเป็นทะเลเพลิง นำให้ผู้คนดูถูกสถาบันกษัตริย์

Screen shot 2554-06-30 at 17.27.18 copy Screen shot 2554-06-30 at 17.46.12 copy

Screen shot 2554-06-30 at 17.50.18 copyScreen shot 2554-06-30 at 17.52.36 copy

 

วันนี้อย่าพูดอีกเลยว่าจะให้บางพื้นที่ เป็นเขตปกครองพิเศษ......ในเมื่อคุณเองทำให้เขาต้องสูญเสียพี่น้องและเป็นแรงโกรธแค้นจนถึงทุกวันนี้ 

วันนี้อย่าพูดอีกเลยเรื่องฆ่าประชาชน 91 ศพ.....ทุกคนทำทุกอย่างเพื่อให้ไม่ต้องสูญเสีย แต่คุณหลอกใช้พวกเขาเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งเท่านั้น

อย่าดูถูกประชาชนอีกเลย อย่าใช้ความไม่รู้ของคนส่วนใหญ่มาสร้างอำนาจกดขี่ข่มเหงกลุ่มคนที่รู้ทัน

วันนี้อย่าพูดอีกเลยว่า ให้ลืมอดีต ข้ามก้าวไปสู่ความปรองดอง.......มันง่ายและเห็นแก่ตัวเกินไป

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เลือกตั้ง

 

ทุกวันนี้งานอดิเรกของผมคือการได้พูดคุยเรื่องการเมืองแบบความรู้ของคนบ้านๆ

ถ้าจะสนุกสุดคือการได้พูดคุยกับคนรู้จักที่เป็นคนเสื้อแดง ผมยังเชื่อว่าคิดแตกต่างได้แต่ไม่แตกแยก ยังคงเป็นคำที่ใช้การได้อยู่เสมอ แต่เมื่อไม่กี่วันนี้รู้สึกเริ่มไม่สบายใจครับ โดยทั่วไปคุยกับเพื่อนพี่น้องสีแดง ถ้าเริ่มเข้าถึงข้อมูลลึกๆ จะได้รับคำตอบว่า ไม่รู้ ไม่ใช่ ไม่คุยแล้ว เป็นเรื่องปกติ ไม่เป็นไร แต่คราวนี้ไม่เป็นแบบเดิม

พี่คนหนึ่งเริ่มเล่าถึงการทำงานของปชป. ว่า มีการโกงกันน่าดู การถมทรายที่สุวรรณภูมิก็กินค่าทรายกันมหาศาล รถไฟฟ้าก็เอามาเป็นผลงานของตัวเองทั้งๆ ที่คนคิดเป็นของ พท. ตบท้ายด้วยการสลายการชุมนุม การฆ่าประชาชน ผมจึงบอกว่าเรื่องของนโยบายและการทำงานผมไม่ค้านครับ ผมเห็นด้วยว่า ทุกพรรคมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่เว้นแต่ ปชป. เอง ผมเองก็ยังเห็นว่านโยบายบางอย่างยังสู้ พท. ไม่ได้ แต่ผมก็ทิ้งท้ายไว้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับ พท. สองประการด้วยกัน คือ หนึ่ง ผู้นำรวมถึงสส. ต้องโทษอาญาและมีปัญหาด้านกฎหมายอยู่ ส่วนที่สอง คือเรื่องของการล้มเจ้า ผมจึงถามกลับไปครับว่ามีความคิดเห็นอย่างไร คำตอบที่ได้คือ เค้าก็ผิดอยู่แต่ก็แค่เรื่องที่ดินให้ครอบครัว แล้วก็เรื่องเงินเรื่องทองของเค้า ไม่เห็นเป็นไร ส่วนเรื่องล้มเจ้าไม่เชื่อ ผมจึงบอกว่าหลักฐานมันเยอะนะ ทั้งสิ่งพิมพ์ที่ทำ วิธีการปฏิบัติตัว รวมถึงคำพูดที่ออกมาจากปาก เขาตอบกลับมาว่า ตัดต่อทั้งนั้น ใส่ความกันทั้งนั้น เมื่อได้รับคำตอบผมจึงจบการสนทนาครับ

คิดไปคิดมาทำให้เห็นภาพว่าเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่เห็นเรื่องการโกงการทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว ถ้าการทำผิดนั้นๆ ทำให้พวกเค้าได้รับประโยชน์ ผมอาจไม่ได้ลำบากในการดำรงชีวิตมากๆ เหมือนหลายๆ คน จึงไม่เข้าใจความรู้สึก แต่หลายคนที่ได้พูดคุยด้วยแค่บอกว่าพรรคเสื้อแดงทำให้ถนนบ้านเค้าดีขึ้น (ทั้งๆ ที่มันก็ดีกว่าที่อื่นอยู่แล้ว มีคนลำบากกว่าคุณอีกไม่รู้เท่าไหร่) ผู้นำเค้าจะมีความผิดบ้างก็ไม่เป็นไร

รู้สึกหดหู่ครับ เราเห็นแก่ตัวกันเกินไปรึเปล่า ผมยังยืนยันกับเขาเหมือนเดิมครับว่า ผู้นำรวมถึงสส. ต้องโทษอาญาและมีปัญหาด้านกฎหมายอยู่ เป็นเรื่องสำคัญ กฎหมายมีอำนาจสูงสุดและสำคัญกับการปกครองให้อยู่ร่วมกัน ผู้นำของพวกคุณยังหนีและไม่เคารพ แล้วพวกคุณที่เป็นรากหญ้าจะมีความสำคัญกับพวกเขาตรงไหน เป็นประชาชนที่สำคัญหรือแค่เครื่องมือสร้างอำนาจ ลองคิดดูให้ดี ผมเป็นคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยื่นอำนาจของประชาชนเพื่อให้ใครเอาไปใช้ต่อลองกับกฎหมาย

เรื่องของการล้มเจ้าผมขอกล่าวถึงสั้นๆ เพราะต้องระวังในหลายอย่างครับ อย่างแรกเลยผมเชื่อตามเหตุผล หลักฐานและความคิดส่วนตัวว่า มีความคิดเรื่องการล้มเจ้าจริง ถ้าใครไม่เชื่อลองเปิดใจตัวเองตามหาเหตุและดูผลที่แสดงตามสื่อต่างๆ หรือไม่ก็ข้ามในส่วนนี้ไปเลยไม่ต้องอ่านต่อครับ

เชื่อว่าหลายคนมีคำตอบของการรักและเคารพต่อสถาบันกษัตริย์อยู่ในใจ ผมเป็นประชาชนทั่วไปครับ ยังไม่เคยได้เข้าเฝ้า หรือมีโอกาสไปร่วมพิธีสำคัญต่างๆ ที่บ้านมีรูปในหลวงตั้งแต่เกิด หลายคนบอกว่าผมถูกมอมเมา ถูกให้ฟังเพลงชาติเช้าเย็น ต้องการล้มเจ้าเพื่อให้ประเทศเจริญ ตามยุคสมัยที่ก้าวกระโดด ความคิดความอ่านบางอย่างมันตกยุคไปแล้ว

ยิ่งเห็นคนต้องการล้มเจ้าเท่าไหร่ กลับทำให้ผมรู้สึกรักมากขึ้นเท่านั้น ผมเชื่อว่าการก้าวกระโดดตามเทคโนโลยีต้องดูคนและประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ดูผลกำไรและสร้างอำนาจของตัวเอง ผมเชื่อว่าประเทศไทยไม่ต้องรีบร้อนรวยครับ ค่อยๆ ก้าวอย่างมั่นใจดีกว่า ผมไม่เข้าใจว่าหลายคนที่บ้านมีรูปในหลวง แต่กลับไปโบกธงทรงพระเจริญให้ผู้อื่น ไปโห่ร้องยินดีเมื่อมีผู้นำที่ต้องการล้มเจ้า คนเหล่านี้เป็นคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง อยากให้ลองหยุดคิด และดูว่าตัวเองทำอะไรอยู่

สถาบันกษัตริย์ทำให้เรามีประเทศไทย ประเทศที่สมบูรณ์ในหลายๆ ด้าน ทำให้เราเป็นคนไทย มีบุญคุณกับครอบครัวพวกเรามาตั้งแต่บรรพบุรุษ เราไม่ใช่เพียงอาศัยอยู่บนประเทศนี้อย่างสุขสบาย แต่เรากำลังใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อความสุขส่วนตัว เรายังไม่เคยคิดจะตอบแทนประเทศแล้ว ยังกลับคิดจะทำร้ายสถาบันกษัตริย์อีก มันถูกต้องรึเปล่า แล้วผู้นำที่ต้องการล้มเจ้ามีความดีกับพวกคุณมากหรือน้อยเพียงไร ต้องถามตัวเองดู ส่วนผมคิดว่าต่อให้เป็นรุ่นลูก รุ่นหลาน ของผม ผมก็ยังคิดภาพไม่ออกว่าจะทำความดีอะไรเพื่อทดแทนบุญคุณได้หมด ผมจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับผู้ที่มีแนวคิดล้มเจ้านี้ครับ

ถึงเวลานี้ถ้าใครถามว่าจะเลือกใคร ผมก็ตอบอยู่เสมอครับว่า ผมไม่เลือกพรรคที่ติดปัญหาสองข้อที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาสำหรับผม ถึงแม้ว่าจะมีคนเก่งอยู่บ้างก็ตาม เสียดายครับ และถ้าจะเลือกพรรคย่อยที่น่าสนใจก็คงต้องดูว่าเป็นพรรคย่อยจริงหรือเป็นพรรคย่อยเพื่อพรรคใหญ่ จะเลือกกลุ่มคนที่เข้าไปทำงาน ถึงแม้ว่านโยบายบางอย่างอาจยังไม่ดีนัก ผมเชื่อว่ายังมีหนทางเข้าไปแก้ไขให้มันดีขึ้น ซึ่งง่ายกว่าการเข้าไปเปลี่ยนบุคคลที่ขนาดกฎหมายยังไม่มีความสำคัญกับพวกเขาครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

I & Me

ได้ความรู้จากครูมาหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ และชอบมากครับ

เป็นเรื่องระหว่าง I & Me

I คือ ฉัน Me คือ ฉัน ใครที่เก่งหรือมีความชำนาญเรื่องภาษาอังกฤษคงเข้าใจนะครับ

ว่ามันต่างกันอย่างไร และรู้ว่าเวลาไหนควรใช้ I หรือ Me

แต่เรื่องที่ผมจะขอนำมากล่าวคือ ไอ้คำว่า “ฉัน” ซึ่งเป็นคำแปลทั้งสองคำมันต่างกันยังไง

เขาว่ากันว่า I คือตัวตนของเราที่ประกอบขึ้นมาด้วย ความคิด,ความเชื่อ+ทัศนคติ+ค่านิยม

แต่หลังจากที่ I ก้าวออกจากประตูบ้าน ไปเจอกับกระจกสะท้อนสังคม

I จะกลับมาที่บ้านและเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้กับตนเอง

และเดินออกจากบ้านไปใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนความเป็น I กลายเป็น Me

และเชื่อมั่น ภูมิใจกับความเป็น Me

ถ้าใครไม่เข้าใจ ให้คิดภาพตามง่ายๆ ดังนี้

นาย ก แต่งตัวเดินออกจากบ้าน ไปเจอ นาย ข, ค, ง หรือนาง จ

ได้รับคำติโน่นนี้นั่น ไอ้นั้นไม่ดี ไอ้นี่ไม่เอา

ครั้งต่อไปนาย ก จะเปลี่ยนความคิด,ความเชื่อ+ทัศนคติ+ค่านิยม จากเดิม

ให้กลายเป็น ความคิด,ความเชื่อ+ทัศนคติ+ค่านิยม ใหม่ที่นาย ข, ค, ง หรือนาง จ

ยอมรับ

I ก = Me ก

กระจกสะท้อนจากสังคมสามารถทำให้ผู้คนที่อ่อนแอกับความคิดตัวเอง

สามารถเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งได้ และเชื่อว่านี่แหละคือตัวเรา

น่ากลัวนะครับ สำหรับคนหลายๆ คนที่เปลี่ยนไปแบบไม่ทันรู้ตัว

หลายคนกลัวที่จะใส่รองเท้าแตะ ขาสั้นไปเดินห้าง หรือขึ้นเครื่องบิน

หลายคนต้องยืมเงินคนอื่นไปซื้อโทรศัพท์บางยี่ห้อเพื่อมีให้เหมือนเพื่อน

หลายคนเวลาซื้อรถสิ่งที่คำนึงถึงอย่างแรกกลับเป็นสายตาที่คนอื่นมองรถเราแทนที่จะเป็นลักษณะของรถที่จะตอบสนองชีวิตเรา

หลายคนไว้ผมยาวใส่ผ้าใบเพราะอยากให้คนดูว่าเราเป็นคนแบบเซอร์ๆ แต่ชีวิตไม่ได้ใกล้เคียง

ผมเชื่อว่าใครก็สามารถเปลี่ยนจาก I เป็น Me ได้ครับ

แต่ขออย่างเดียว คุณต้องมีเหตุผลเป็นของตัวเอง

และอย่าเดินไปในสังคมเพื่อให้ตัวเองดูดีแค่ในกระจกนะครับ

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รับปริญญา+ถ่ายภาพ

มีโอกาสไปแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่ได้รับปริญญามา บางงานก็ไปร่วมยินดี บางงานก็ไปช่วยถ่ายภาพบ้าง จึงมีเวลานั่งดูบรรยากาศของงานรับปริญญาค่อนข้างบ่อย ก่อนถึงวันงานหลายๆ คนมักวุ่นวายใจกับการหาช่างภาพไปถ่ายให้ เพราะอยากได้ภาพที่สวยๆ ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต บางคนรู้สึกเฉยๆ ให้พี่ให้น้องถ่ายให้ก็ได้ เพราะรับมาตั้งแต่ ป.ตรี ป.โท จน ป.เอก ไม่ว่าจะใช้เหตุผลอันไหนถือว่าไม่ถูกไม่ผิดครับ บางคนถ่ายเป็นพันๆ รูป บางคนใช้มือถือถ่ายเองกับคนที่อยากถ่ายสิบยี่สิบรูปก็พอใจแล้ว ผมนั่งมองไปมองมารอเวลาเพื่อนออกมาจากพิธี อดขำไม่ได้ว่าตอนตัวเองรับงานถ่ายรูปปริญญาชิ้นแรกผลงานออกมาเป็นอย่างไร จนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับงานเป็นจริงเป็นจัง เพราะยังไม่เก่งสักที แต่ผมว่าการถ่ายรูปงานต่างๆ มันให้อะไรกับเราเยอะมาก ยิ่งถ้าเราเป็นแค่หน้าใหม่ที่กำลังอยากเป็นมืออาชีพ การได้ฝึกฝีมือ ได้เห็นการทำงานของคนที่เก่งๆ ได้นั่งคุยกับช่างภาพคนอื่น ยิ่งถ้ารูปที่เราถ่ายนั้นมีสวยถูกใจลูกค้าบ้างก็ใจชื่นขึ้นมามากโขแล้ว

ตรงนี้ผมว่าโอกาสเป็นเรื่องสำคัญ

สมมติถ้าคุณอยากได้ภาพสวยๆ เพราะมันเป็นส่วนสำคัญในชีวิตและสร้างความสุข การจ้างช่างภาพระดับกลางถึงมืออาชีพ 4,000-10,000 บาท คงไม่ใช่ปัญหา

แต่ถ้าใครที่ไม่ได้แคร์กับรูปอะไรมากมาย ซึ่งอาจมีเหตุผลอะไรก็แล้วแต่

ลองคิดดูครับ 4,000 บาทนี้ สามารถสร้างโอกาสให้มือใหม่ๆ ได้ถึง 3-4 คนเชียว

อย่างตัวผมเองชอบถ่ายคนอื่น แต่ไม่ชอบให้คนอื่นถ่ายเรา เพราะรู้สึกเรามันไม่ขึ้นกล้องและก็ทำท่าอยู่ไม่เกิน 2-3 ท่าอีกต่างหาก

เลยตั้งใจไว้ว่า ถ้าได้รับปริญญาอีกครั้ง และพอมีสตางค์เหลือ จะเอาโอกาสตรงนี้ยื่นให้คนที่ต้องการฝึกและหาเวทีครั้งแรกของเขาอยู่

ผมอาจเดินเป็นดาราเลยก็ได้เพราะมีช่างภาพตามเป็นพรวน

รูปจะมีสวยหรือไม่สวยไม่รู้ เอาให้ดูออก ว่าเป็นงานอะไร มีใครมาบ้าง เดี๋ยวมาตกแต่งนิดหน่อยและอัดซักหนึ่งอัลบั้มติดบ้านไว้ก็พอ ที่เหลือคงเป็นข้อมูลเก็บในคอมหรือดีวีดี

ภาพที่เรามีคงเก่าขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา และเทคโนโลยีที่เดินไปข้างหน้า

แต่ก็คงเอามาดูได้และประทับใจไม่มีเบื่อ

ส่วนที่เติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับวันเวลา อาจเป็นตากล้องที่ถ่ายไม่ได้เรื่องในวันนั้นก็ได้ :P

 

 

Changmai-Pai2008_100_resize   young-photographer

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Predators สยองสุด ๆ

ถ้ากลับบ้านเร็วเมื่อไหร่ ผมจะแวะดูหนังซักเรื่อง เพื่อความบันเทิงครับ

บังเอิญโชคดีอยู่บ่อย ๆ ที่จะได้บัตรส่วนลดมาประจำ ดูทีไรเสีย 20 บาท คุ้มดี

เดี๋ยวนี้ดูคนเดียวประจำครับ เพราะไม่มีใครว่างมาดูด้วย 555

การดูคนเดียวบางทีผมว่ามันก็ได้ประโยชน์ดี มันมีสมาธิ

ยิ่งผมชอบดูวิธีการเล่าเรื่องของหนัง วิธีการถ่าย และมุมกล้อง ทำให้มีเวลาเก็บรายละเอียดได้เยอะมาก

ล่าสุดเลือกดูเรื่อง Predators เพราะเวลาเหมาะเจาะพอดี ไม่ต้องรอ

ดูไปก็เก็บรายละเอียดไป Predators จะออกมาตอนนาทีที่เท่าไหร่

จะมีปมปัญหาแรกมาตอนไหน แก้ได้แล้ว ปมต่อมาเว้นระยะอีกเท่าไหร่

ผมว่ามันจะสนุกนะครับ ถ้าดูแล้ว ยังได้ความรู้ติดกลับบ้านไปด้วย

แต่ในที่สุด ก็เจอปมปัญหาสำคัญที่สุดจนได้

ไม่ได้อยู่ในหนังหรอกครับ มันเกิดขึ้นข้าง ๆ ผม

ความรู้สึกของคนนั่งคนเดียวจะสัมผัสได้ว่ารอบตัวจะมีคนนั่งเป็นคู่ ๆ เสมอ

ข้างซ้ายมือผมเป็นผู้หญิงครับ ถัดไปเป็นแฟนเค้าครับ (ผมเดาเอาเอง)

น้องผู้หญิงจะมีโทรศัพท์เข้าตลอด ตอนแรกก็เข้าใจครับ ใคร ๆ ก็มีธุระกันได้

แถมเค้าก็ไม่เปิดเสียงให้ดังรบกวน

แต่นาน ๆ เข้าทีนี่เค้ากดโทรศัพท์ตลอดครับ มีหยุดบ้างเป็นช่วง ๆ ช่วงละประมาณ 3 วินาที่

ผมชักเซ็งครับ เพราะแสงจากโทรศัพท์มันสว่างและเจิดจ้าพอสมควร

คิดดูนะครับ คนกำลังอิน ๆ กับหนัง ในโรงกำลังมืด ๆ Predators กำลังจะโผล่

แม่ง สว่างมาเลย เข้าตาเน้น ๆ เซ้งครับ

เลยชำเรืองดูครับว่าทำอะไรกันนัก

ไม่น่าเชื่อครับ คุณผู้หญิงเค้ากำลังนั่งกดส่งข้อความคุยกับเพื่อนผ่านโทรศัพท์

ผมไม่มีอะไรกับโทรศัพท์ประเภทที่กำลังระบาดนี้นะครับ ถึงใครอยากจะมีมัน จนเป็นหนี้เป็นสินก็ตามเถอะ เพราะผู้ที่ใช้ตามจุดประสงค์และมีประโยชน์จริง ๆ ก็มีเยอะ

ผมเดาว่าผู้ชายเค้าคงอยากดู ผู้หญิงคงเฉย ๆ มั่ง เลยกดเล่นตลอด

ผิดหวังมากครับ ขอโทษด้วยนะเจ้า Predators แสงโทรศัพท์มันสว่างมาก เลยไม่ทันเห็นนาย

กลับบ้านผมคิดไตร่ตรองอยู่นานครับ เรื่องโทรศัพท์

และแล้ววันต่อมาผมก็ไปซื้อมาติดตัวไว้บ้างครับ ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก

ผมจะใช้มันเขียนใส่กระดาษ แล้วพับส่งข้อความไปให้บ้าง เพราะพวกนี้ไม่ชอบคุยแบบซึ่งหน้าครับ

ไม่ต้องงงนะครับ เพราะผมซื้อรุ่น 2B มา.........

Predators   BB9000   design_method_equipment2_pincel_2b

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Vuvuzela & jabulani

 

ช่วงนี้ผมนอนตอนตีสามครึ่งประจำเลย เพราะต้องรอดูการถ่ายทอดฟุตบอลโลก

ง่วงนะครับ แต่ก็พลาดไม่ได้ เป็นมหกรรมแบบสี่ปีมีครั้ง คนรักบอลย่อมเข้าใจกันดี

ในฐานะคอบอลขอพูดถึงซักสองเรื่องครับ

หนึ่งเลย vuvuzela ที่คนในสนามเป่าเชียร์กันสนั่นคล้ายเสียงต่อแตกรังน่ะครับ

หลายท่านคงคิดเหมือนกันว่า มันดังและต่อเนื่องกันเกินไป ผมก็ว่าตามนั้นเลย

ได้ข่าวหลายๆ ทีมกำลังขอเจ้าภาพให้ลดเสียงของแตร vuvuzela ลงมาบ้างเพราะสั่งอะไรกันไม่ได้เลย

ในฐานะคนดูจากหน้าจอทีวี ผมรู้สึกว่ามีเป็นสีสันดีอยู่แล้วครับ แต่ไม่ต้องตลอดเวลา

เว้นที่ไว้สำหรับเสียงตะโกนของกองเชียร์บ้าง เสียงผู้เล่นบ้าง

มันเป็นอรรถรสของการแข่งดีครับ

ส่วนเรื่องที่สอง ผมสงสัยประจำเลยครับว่า ทุกครั้งที่มีการแข่งขันรายการใหญ่

ต้องผลิตลูกฟุตบอลออกมาใหม่ตลอด ปีนี้ก็มีเจ้า jabulani-adidas-2010

ไอ้ผลิตน่ะผมเข้าใจแต่ที่ไม่ชอบคือ

แม่งมีปัญหาตลอด ยิ่งทันสมัยยิ่งสร้างปัญหาเสมอ

บอลเบาขึ้น กลมขึ้น อะไรก็ดีขึ้นต่างๆ นานา ตามคำโฆษณา

แต่ผมว่ามันทำให้เกมฟุตบอลมันเล่นยากและไม่สวยงามน่าชมเลย

นักเตะบังคับบอลยากขึ้น วางบอลไม่แม่น ผู้รักษาประตูก็เสียสุนัขมาหลายรายแล้ว

ผมว่าใช้ลูกเก่าๆ แบบเดิมๆ ก็ได้ ถ้าอยากจะเปลี่ยนลวดลายเพื่อขายทำธุรกิจก็ไม่ว่ากัน

บางทีอะไรใหม่ๆ ก็ไม่เหมาะกับอะไรเก่าๆ ก็ได้นะครับ

fs_2010-05-17T080052Z_01_SSIB004_RTRIDSP_2_SOCCER-WORLD     jabulani-adidas-2010

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ช้าง

เคยไปกินข้าวตามร้านอาหาร หรือซื้อของอยู่แล้วมีช้างมาขออาหารไหมครับ

เห็นทีไรก็อดสงสารไม่ได้

เพราะทุกครั้งที่เห็น ความรู้สึกมันจะบอกว่า ช้างมันไม่อยากทำหรอก

คนต่างหากที่เอาช้างมาเป็นเครื่องมือแสวงหาอาชีพ

แต่บางคนก็บอกว่า ช้างมันอยู่ที่บ้านเกิดไม่ได้แล้ว มันจะอดตาย

มาเดินทำงานแบบนี้ดีกว่า

หลายคนซื้ออาหารให้ แล้วมีความสุขที่ได้สัมผัสมัน

หลายคนบ่นงึมงำว่า “ทำไมมึงมีอาหารอยู่ในมือแล้วไม่ให้เองว่ะ”

หลายคนบอกว่า “เอานะ เหมือนทำบุญน่ะแหละ ไม่ต้องคิดมาก”

ผมไม่เคยซื้อให้ครับ ผมสงสารมัน ตามันเศร้า

ไม่ชอบเห็นเวลาคนให้อาหารแล้ว คนคุมช้างก็บังคับให้มันคุกเข่าหรือขอบคุณแบบไหนก็ตาม

ผมว่าทุกคนหรือทุกตัว ชอบและมีความสุขเสมอ ที่บ้านของตัวเอง

ถ้าอยู่มาวันนึงไม่มีใครซื้ออาหารให้อีกแล้ว

ควานกับช้าง ใครจะได้กลับบ้านก่อนกัน ถ้าเป็นช้างก็คงดี

 

kdk_0319